วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2552

ประชุม นสส.อยุธยา ครั้งที่ ๓ ค้นหาจุดหมาย

บันทึกการประชุมเครือข่ายสื่อสารสุขภาพจังหวัดพระนครศรีอยุธยาครั้งที่ 3/2552


วันที่ 23 มิถุนายน 52 เวลา 9.00 – 12.00 น.


ณ.ห้องประชุมอาคารสำนักงานจัดการผลประโยชน์วัดใหญ่ชัยมงคล จ.พระนครศรีอยุธยา


ผู้เข้าร่วมประชุม

1.พระมหานัธนิติ สุมโน วัดใหญ่ชัยมงคล

2.คุณณัฐพร สุขพงษ์ นวช.สาธารณสุขฝ่ายสาธารณสุข กองส่งเสริมคุณภาพชีวิต อบจ.พระนครศรีอยุธยา

3.นางสาวชลดา บุญเกษม ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน จ.พระนครศรีอยุธยา

4.นางสาวปาจรีย์ ธนะสมบูรณ์กิจ ผู้จัดการแผนงานวิจัย รสส.

5.นายสันติ จียะพันธ์ ศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น จ.พระนครศรีอยุธยา

6.นางสาววนิดา ด่านชัยสิทธิ์ ศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น จ.พระนครศรีอยุธยา

7.นางสาวอรนุช กรพาโชค ศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น จ.พระนครศรีอยุธยา

สรุปประเด็นการประชุม

คุณปาจารีย์ เริ่มการประชุมด้วยการแนะนำโครงการเครือข่ายสื่อสารสุขภาพ ได้พูดถึงวิสัยทัศน์ คือเน้นการพึ่งตนเอง ซึ่งกลุ่มคนหลักๆ ที่จะเข้ามาทำงานมี ด้านการศึกษา ด้านสุขภาพ ด้านสังคม แผนงานที่วางไว้เป้าหมาย 15 จังหวัด (มีบางจังหวัดไม่รับเพราะว่าไม่อยากทำ) ซึ่งจะมีการเชื่อมโยงไปสู่ในนโยบายส่วนกลาง หรือหน่วยงานท้องถิ่นจึงต้องการฐานข้อมูลที่มาจากจังหวัด (จะเชื่อมโยงกันยังไงในแต่ละจังหวัด) แล้วจะนำไปสู่ในส่วนกลางได้อย่างไร จากนั้นคุณปาจารีย์ ได้เล่าว่าจากการประชุมครั้งที่ผ่านมาว่ามีเรื่องที่ค้างอยู่คือ การตั้งชื่อกลุ่ม การเอาข้อมูลขึ้นเวปไซต์ และเป้าหมายพื้นที่ในการทำงาน แล้วจะขยายกลุ่มคนไปยังใคร สมาชิกในที่ประชุมเห็นร่วมกันว่าควรจะกำหนดเป้าหมายร่วมกันเพราะตอนนี้มีคน ละประเด็น แต่ละคนก็มีแนวงานที่แตกต่างกันไป มีเนื้องานที่ต่างกันไป คุณสันติยกตัวอย่างว่างานของสกว.(ศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น)เป็น โครงการวิจัยท้องถิ่น ไม่ได้เน้นเรื่องสุขภาพ แต่ก็มีประเด็นสุขภาพบ้าง ที่เป็นการสื่อสารอยู่แล้วเช่น อสม.อยากจะสื่อสารกับชุมชน เนื้องานก็มีที่ส่งเสริมหรือหนุนกกับเรื่องการสื่อสารอยู่แล้ว


คุณณัฐพรเสริมว่าอยากให้กำหนดนิยาม ขอบเขตของสุขภาพให้ตรงกัน ทางคุณชลลดาเสนอความคิดว่าอยากให้มองโดยองค์รวม ไม่จำเป็นต้องมีเป้าหมายเดียวกันก็ได้ แต่จะทำอย่างไรให้สื่อสารกันได้ตรงกัน จะมีวิธีการขับเคลื่อนอย่างไร มีการแลกเปลี่ยนอย่างไร หรืออาจจะมีโครงการที่ทำด้วยกันก็ได้


คุณสันติเสริมว่าคำว่าสุขภาพโดยภาพรวมใน กลุ่มก็มีความเห็นไปในทางเดียวกัน แต่ว่าขาดเป้าหมายร่วมกัน หรือแต่ละคนก็มีเป้าหมายที่ต่างกัน อาจต้องมากำหนดเป้าหมายร่วมกัน ทิศทางการทำงานในภายหน้า ในครั้งหน้าอาจจะระดมความคิดหาเป้าหมายร่วมกัน และควรจะมีใครบ้างที่เข้าร่วม ซึ่งควรจะให้สมาชิกทุกคนเข้าร่วมประชุมพร้อมกันทุกคนเพื่อจะได้ถามความเห็น ของทุกคน


คุณชลลดาแนะนำว่า ควรจะตั้งเป้าหมายในกลุ่มก่อนว่าควรจะทำอะไร แล้วควรจะชวนใครเข้ามาบ้าง ในส่วนกลางควรจะคิดเป้าหมายกันก่อน แล้วค่อยหาแนวร่วมเพิ่ม (ยกตัวอย่างถ้ามีคนใหม่เข้ามาเพิ่มก็ต้องพูดประเด็นเดิมทุกครั้ง )


คุณสันติเสริมว่าอาจจะตั้งความคาดหวังใน ระยะยาว 3-5 ปี มองเป้าหมายในระยะยาว อาจจะมีวิธีการหรือกิจกรรมที่ทำด้วยกัน มีกลไกในการทำงาน มีฐานข้อมูลต่างๆ


สมาชิกในที่ประชุมเริ่มจะเห็นในทิศทาง เดียวกันว่าทางกลุ่มควรจะกำหนดเป้าหมายร่วมกัน แต่ว่าจะต้องให้สมาชิกคนอื่นได้ร่วมแสดงความคิดเห็นด้วย(วันนี้สมาชิกเข้า ร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม) ประเด็นนี้จึงต้องคุยในครั้งต่อไป


คุณชลลดาได้แสดงความคิดเห็นว่าถ้าเราจะทำ งานด้านสื่อสารสุขภาพควรจะมีศูนย์ที่เป็นรูปธรรม อาจจะมีหน่วยงานหรือกลุ่มที่แนะนำด้านการสร้างเครือข่ายสุขภาพ คุณสันติบอกว่าทางกลุ่มมีเวปไซต์อยู่แล้ว จะทำอย่างไรให้คนเข้ามาดู อาจจะต้องมีเบอร์โทรติดต่อ(call center) (พระโอ๊ตบอกว่าสร้างเวปไซต์เป็นเรื่องง่ายแต่จะทำอย่างไรให้คนเข้ามาดูเป็น เรื่องยาก) ยกตัวอย่างว่าในชุมชนไฟเบอร์ ที่มีการโต้ตอบกันอย่างรวดเร็ว มีคนตั้งคำถามและมีคนตอบในตัวของมันเอง เราอาจจะแค่ดูแลระบบเฉยๆ


คุณณัฐพรได้ตั้งคำถามว่าควรจะกำหนดเป้าหมายไว้เลยไหม อาจจะเป็นกลุ่มเด็กเยาวชน(ซึ่งในช่วง4-5 ปี มีเด็กทำแท้ง หรือกรณีปาหินอยู่)


คุณชลลดาได้เสริมว่าในกรณีเด็กเยาวชน ก็มีคนที่ทำอยู่ ถ้าถามถึงเป้าหมายว่าคือ อยากให้คนสุขภาพดี ต่างคนต่างทำประเด็นสุขภาพอยู่แล้ว ถ้าเราอยากได้กลุ่มแบบนี้(กลุ่มสื่อสารสุขภาพ) ถ้าจำกัดกลุ่มเป้าหมายไปอาจมีการทับซ้อนกันของหน้าที่ของแต่ละคน


คุณสันติเสริมว่า อาจจะหนุนให้เกิดเครือข่ายต่าง ๆ อาจจะลองหาประเด็นงานในการขับเคลื่อนจะมีวิธีการที่ดีอย่างไร อยากเห็นอะไรเกิดขึ้นในอยุธยา เป้าหมายเป็นอะไร น้ำหนักคือเรื่องการสื่อสารเป็นหลัก พระมหาโอ๊ตเสริมว่าอยากให้เกิดการสื่อสารในสองทาง ทั้งทางแนวดิ่งแนวราบ หรือทางอ้อม คือผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับสุขภาพโดยตรง หรือไม่เกี่ยวไม่ตรง อาจจะเริ่มต้นด้วยการนำข้อมูลมารวมกันก่อน จะได้รู้ว่าใครทำอะไรบ้าง แล้วมันจะเกิดการสื่อสารในแนวราบ(สื่อสารกันเอง) จะทำอย่างไรให้เกิดการสื่อสารกันในแต่ละหน่วยงาน แล้วมีการสื่อสารกันออกไป อาจจะมีการจัดกิจกรรมร่วมกันก็ได้


คุณสันติบอกว่าถ้าวิเคราะห์ในพื้นที่เขาก็ มีการสื่อสารกันอยู่แล้ว แต่ว่ามันเป็นการสื่อสารที่เป็นทางการเกินไป คือ จากหมอ ไปสู่ อสม. (ทำตามหน้าที่-เป็นตัวแทนของหน่วยงาน) การทำงานที่มาจากชุมชนจริง ๆ มีน้อยมาก กิจกรรมที่เกิดจากสุขภาพ ถ้าไม่เกิดการเจ็บป่วยก็แทบจะไม่มีกิจกรรมเลย กลไกด้านสุขภาพที่ผ่านมาอาจมีเฉพาะแค่อนามัย อสม. แล้วบทบาทของเราจะมีส่วนเกี่ยวข้องกันอย่างไร


พระมหาโอ๊ตเสนอว่าควรเจาะจงงานของเราไปว่า ควรจะเป็นการกระตุ้น ลงไปทำงานกับชุมชนชาวบ้านให้เกิดการแลกเปลี่ยนกัน คุณณัฐพรได้ถามว่าเราอาจตัวกลางในการสื่อสารของภาครัฐหรือหน่วยงานต่างๆ (ถ้าเป็นหน่วยงาน) ถ้าเป็นชาวบ้านแล้วจะสื่อสารอย่างไร


คุณสันติตอบว่า ถ้าจะเครือข่ายลงไปกระตุ้นคงจะทำได้ยาก อาจจะหาข้อมูลหรือกลุ่มที่มีการสื่อสารอยู่แล้ว เอาพื้นที่นั้นเป็นตัวอย่าง(ยกตัวอย่างเช่นในประเด็นเบาหวานที่มีการสื่อสาร แลกเปลี่ยนกันเองภายในกลุ่มเล็กๆ ระหว่างชาวบ้านด้วยกัน)


คุณชลลดาคิดว่ามันหายากมากแล้วเขาจะรวม กลุ่มกันตอนไหน ความรู้ที่ทราบมาผิดหรือถูกอย่างไร แล้วจะมีวิธีการหากลุ่มอย่างไร ควรจะทดลองภายในหมู่บ้านก่อนไหม


คุณสันติเสริมว่า ต้องค้นหากลุ่มก่อนแล้วดูจุดอ่อนจุดแข็ง แล้วหาพื้นที่ที่จะมาปฏิบัติการ ต้องดูด้วยว่าในพื้นที่มีประเด็นไหนที่จะสื่อสารกันได้ ต้นทุนเดิมของเขามีอะไรบ้าง ยกตัวอย่างกลุ่มผู้สูงอายุ บางครั้งอาจไม่เป็นทางการ ในการหากลุ่มอาจจะหาจากเครือข่าย ซึ่งเป็นความคาดหวังอย่างหนึ่ง เป้าหมายคืออยากเห็นการเปลี่ยนแปลงของคน สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตเขาได้ อยากเห็นการสื่อสารที่ทำให้คนเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น


คุณสันติได้สรุปว่า ต้องไปคิดหารูปแบบวิธีการ ที่จะเชื่อมโยงกับงานที่ทำอยู่ ในการประชุมคราวหน้าอาจจะให้เพื่อนสะท้อนความคาดหวังของทุกคน


สรุปการประชุม


ความคาดหวัง/เป้าหมายของกลุ่มสื่อสารสุขภาพ(สะท้อนจากสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมวันนี้)


- เป็นตัวกลางในการสื่อสารสุขภาพจากหน่วยงานต่างๆ ไปสู่ประชาชน


-อยากเห็นคนในชุมชน แลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องสุขภาพของคนในชุมชนด้วยกัน


-อยากเห็นคนในจังหวัดอยุธยาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือแนวคิดด้านสุขภาพในทางที่ดีขึ้น(ในระยะยาว)


งานที่จะทำต่อ


-ต้องมากำหนดเป้าหมายร่วมกัน


-หาวิธีการในการขับเคลื่อนเครือข่ายสื่อสารสุขภาพ


-จะทำอย่างไรให้คนรู้จักเวปไซต์ ถ้าจะจัดทำเวปไชต์ต้องหาแหล่งงบประมาณในการทำเวปไซต์จากไหน อาจใช้เวปไซต์เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่ง โดยยึดฐานงานของตัวเองไว้ ทำเป็นที่รวมข้อมูลของเครือข่ายไว้ แล้วใครจะนำไปใช้ก็ได้


- นัดหมายการประชุมในครั้งต่อไป วันศุกร์ ที่ 24 กรกฏาคม 2552 เวลา 9.30 – 12.00 น.




ประเด็นการพูดคุในครั้งต่อไป

- ร่างแผนดำเนินงานสื่อสารสุขภาพจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

- ได้มีการเสนอชื่อกลุ่มใหม่(เลือกชื่อกลุ่ม)

สื่อสารดีศรีอยุธยา

สื่อ..สาร...ดี..ศรีอยุธยา


(ร่างที่ 1 ) แผนการดำเนินงานสื่อสารสุขภาพจังหวัดพระนครศรีอยุธยา


สำหรับประชุมวันที่ 24 กรกฎาคม 2552




1. แนวคิดและมุมมองต่องานสุขภาพ

เรื่องสุขภาพคลอบคลุม ทั้งร่างกาย จิตใจ สังคมและสิ่งแวดล้อม

2. กำหนดเป้าหมายระดับจังหวัด

2.1 การคาดหวังร่วมกัน เป้าหมายหลักระยะ 3 ปี

- ชุมชนเกิดการเรียนรู้แลกเปลี่ยนสุขภาพ

- คนอยุธยาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ (ความต้องการ ประชาชนอยากได้อะไรเรื่องสุขภาพ)

2.2 ระยะแรก ค้นหาประเด็นร่วมกันดังนี้

- ทีมงานเข้าใจเป้าหมายร่วมกัน

- เห็นประเด็นร่วมกัน

- การเชื่อมโยงงานของแต่ละส่วน

- นิยามความหมายสุขภาพ(คนอยุธยา)ร่วมกัน

- แลกเปลี่ยนการทำงาน(สื่อสารสุขภาพ)

3. บทบาทของกลุ่มสื่อสารสุขภาพพระนครศรีอยุธยา(กำลังตั้งชื่อกลุ่ม)

3.1 กระตุ้นให้เกิดการรวมกลุ่ม

3.2 ประสานงานหนุนเสริมกลุ่มที่ทำงานอยู่เป็นกลไกสื่อสารสุขภาพในชุมชน

3.3 แลกเปลี่ยนสื่อสารกันในเครือข่าย

4. วิธีการดำเนินงาน

4.1 เปิดพื้นที่และช่องทางการสื่อสารสุขภาพของประชาชน เช่น เว็บไซด์ชุมชนสุขภาพสื่อสารข้อมูลสุขภาพของหน่วยงานในจังหวัดพระนครศรี อยุธยา และแลกเปลี่ยนข้อมุลสุขภาพกับชุมชนเสมือนทางอินเตอร์เน็ต วิทยุชุมชน และสื่อบุคคล

เกิดการสื่อสารสองทางระหว่างหน่วยงานสุขภาพในอยุธยากับประชาชน

หน่วยงานสุขภาพ ประชาชน



    1. ค้นหาพื้นที่ปฏิบัติการ กลุ่มที่มีประเด็นสุขภาพร่วมกัน มีวิธีการสื่อสารกันอย่างไร เสริมกันอย่างไรเพื่อทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

    2. ข้อมูลจากการเรียนรู้เรื่องสุขภาพของชาวบ้าน การตรวจสอบข้อมูลกันเองของประชาชน ข้อมูลจากหน่วยงานสุขภาพ




5. กลไกสนับสนุนระดับจังหวัด

ภาคีความร่วมมือ อบจ. เทศบาล อบต. สสจ. สปสช. โรงพยาบาล วัด สถาบันกรุงเก่าเพื่อการพัฒนา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น