วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2552

ประชุม นสส.อยุธยา ครั้งที่ ๒ / ๒๕๕๒ วันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๒

บันทึกการประชุมการเครือข่ายสื่อสารสุขภาพจังหวัดพระนครศรีอยุธยาครั้งที่ 2 / 2552

วันที่ 28 พฤษภาคม 2552 เวลา 10.00 -12.00 น.

ณ ห้องประชุมอาคารสำนักงานจัดการผลประโยชน์วัดใหญ่ชัยมงคล จ.พระนครศรีอยุธยา

ผู้เข้าร่วมประชุม

1.พระมหานัธนิติ สุมโน วัดใหญ่ชัยมงคล จ.พระนครศรีอยุธยา

2.อาจารย์ดวงใจ สุภาพึ่ง สถาบันกรุงเก่าเพื่อการพัฒนา

3.นางสาวปาจารีย์ ธนะสมบูรณ์กิจ ผู้จัดการแผนงานวิจัน รสส.

4.คุณเย็นจิต ศิริพฤกษ์พงษ์ เลขานายก อบจ.พระนครศรีอยุธยา

5.นางสาวนัฐพร สุขพงษ์ นวช.สาธารณสุขฝ่ายสาธารณสุข กองส่งเสริมคุณภาพชีวิต อบจ.พระนครศรีอยุธยา

6.นางสาวชลดา บุญเกษม ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน จ.พระนครศรีอยุธยา

7.อาจารย์สุภารัตน์ ชัยกิติภรณ์ . มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา

8.คุณวัฒนา สาระขวัญ กลุ่มงานสุขศึกษา โรงพยาบาลประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

9.นางเนาวรัตน์ จันทร์รุ่งเรือง พยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

10.นายสันติ จียะพันธ์ ศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น จ.พระนครศรีอยุธยา

11.นางสาววนิดา ด่านชัยสิทธิ์ ศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น จ.พระนครศรีอยุธยา

12.นางสาวอรนุช กรพาโชค ศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น จ.พระนครศรีอยุธยา

ประเด็นการพูดคุย

การแลกเปลี่ยนการทำงานของแต่ละหน่วยงาน การประสานงานเพื่อเคลื่อนงานสื่อสารสุขภาพในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา

กระบวนการและผลที่เกิดขึ้น

การประชุมเริ่มจากการแนะนำตัวของผู้เข้าร่วมประชุมทีละ คนเนื่องจากวันนี้มี สมาชิกใหม่มาเพิ่ม หลังจากแนะนำตัวแล้วทางคุณสันติได้สรุปผลการประชุมจากครั้งที่ผ่านมาว่ามี หน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมในเครือข่ายสื่อสารสุขภาพเพื่อแลกเปลี่ยนในการสื่อสาร ซึ่งเริ่มจากลุ่มเล็กๆ เป็นฝ่ายหนุนเสริมให้คนในท้องถิ่นเกิดการสื่อสารทางสุขภาพ คุณสันติได้กล่าวอีกว่าในปัจจุบันมีการเชื่อมโยงกันของสุขภาพที่เกี่ยวข้อง ในหลายมิติ ทั้งทางด้านกาย ด้านจิตใจ ด้านอารมณ์ ด้านสังคมและด้านจิตวิญาณ ซึ่งผู้คนก็หันมาสนใจเรื่องสุขภาพมากขึ้นด้วยสังเกตได้จากการสื่อสารทาง โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ ที่มักจะมีประเด็นเกี่ยวกับสุขภาพอยู่เสมอ หลังจากการสรุปการประชุมครั้งที่ผ่านมา ผู้เข้าร่วมประชุมก็ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานของตนในด้านที่เกี่ยว กับสุขภาพ เริ่มจากคุณชลลดาได้เล่าถึงงานของสำนักงานสุขภาพแห่งชาติ(สช) โครงการที่ทำอยู่ก็จะเป็นสมัชชาสุขภาพแต่ละจังหวัด งานสปสช.เป็นงานเกี่ยวกับเด็ก สุขภาพของเด็ก ซึ่งจะเน้นเรื่องการสุขภาพ การป้องกัน ส่งเสริมให้ประชาชนมีหลักประกัน รับเรื่องราวร้องทุกข์ เผยแพร่สิทธิประโยชน์ ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ และได้ยกเล่าถึงการทำงานที่ทำมาล่าสุดคือวัดบางเพลิง อำเภอบางประหัน ที่รับเด็กชาวเขามาเรียนในโรงเรียนเพียงเพราะไม่อยากให้โรงเรียนถูกยุบแล้ว ทางวัดก็ไม่มีการบริหารจัดการที่ดี เด็กอยู่แบบแออัด ที่อยู่ที่กินที่นอนไม่ถูกสุขลักษณะ จำนวนเด็ก 120 คนแต่ว่าพระดูแลเพียง 3 รูปเท่านั้น คุณวัฒนาได้เสริมว่าเรื่องแรงงานต่างด้าวก็เป็นปัญหาที่สำคัญในด้านสุขภาพ เพราะทำให้รัฐบาลเสียงบประมาณในการดูแลรักษาโรค และยังไม่มีวิธีการแก้ไข

จากนั้นหน่วยงานของอบจ.พระนครศรีอยุธยา(คุณเย็นจิตและ คุณนัฐพร) ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของอบจ.ในด้านสุขภาพว่ามีการให้ความรู้โดยการจัดอบรม ที่ทำขึ้นทุกปี(แพทย์แผนไทย,การนวดแผนไทย,การทำสื่อแผ่นผับ)ซึ่งอบจ.มีหน่วย งานของกองสาธารณะสุขแต่ว่ายังไม่ได้มีการขยายงานเท่าที่ควร ไม่มีขอบเขตที่ชัดเจน ส่วนมากงานที่ทำก็จะเป็นการประชาสัมพันธ์ แจกแผ่นพับแนะนำเป็นต้น ยังไม่มีการขยายงานไปยังชุมชนไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน หรือการประเมินผลแต่ว่าในตอนนี้อบจ.มีแนวคิดว่าจะขยายผลร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ มากขึ้น ส่วนข้อจำกัดของ อบจ. คือยังไม่ได้ประสานกับหน่วยสาธารณสุข โรงพยาบาลหรือหน่วยงานต่าง ๆ

อาจารย์สุภารัตน์ เล่าว่าหน้าที่หลักคือการสอนนักเรียนแต่ว่าได้ให้นักเรียนมีการสื่อสารกัน อยู่เสมอ เช่นในหลักสูตรอาชีวอนามัย ได้มีการส่งเสริมการแสดงออก มีการเก็บข้อมูลของนักเรียนนักศึกษาในจังหวัดอยุธยา(นักวิจัยภาคกลาง) เป็นการศึกษาสถานการณ์ของเด็กในปัจจุบันว่าเวลาว่างเด็กๆทำอะไรกัน และมีโครงการบ้านหลังเรียนและถนนเด็กเดิน ในส่วนงานที่ทำร่วมกับสาธารณสุขมีโครงการอนามัยเจริญภัณฑ์ อาจารย์ได้กล่าวถึงปัญหาเด็กตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร จะต้องทำอย่างไรให้เด็กสนใจในเรื่องเพศศึกษา ซึ่งต้องสอนตั้งแต่เด็กๆโดยเน้นการทำกิจกรรม และสามารถสื่อสารได้กับทุกวัยโดยที่เด็กไม่มีต้องจด สุดท้ายโครงการล่าสุดเป็นโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว

อาจารย์ดวงใจ ได้เสริมว่าปัญหาระบบการศึกษาไม่ได้สอนให้เด็กมีจิตสำนึก ส่วนมากจะทำตามที่ครูสั่งเท่านั้น ซึ่งทางโรงเรียนก็มีกิจกรรมของส.ส.ส.ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและในเรื่องการ มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร วิธีแก้ไขคือให้เด็กมีส่วนร่วม มีการตระหนักถึงคุณค่าของตนเอง ต้องกระตุ้นเรื่องเพศ ความเป็นหญิง-ชาย

คุณวัฒนา ได้เล่าว่าในด้านสาธารณสุขคาดหวังว่าอยากให้ประชาชนมีความรู้สามารถดูแล ตัวเองได้ ไม่มีการเจ็บป่วย ปัจจุบันการสื่อสารยังไม่สมบูรณ์จึงอยากให้เจาะจงเป้าหมายเช่น มีโครงการโรงพยาบาลตำบล ที่สามารถดูแลประชาชนได้อย่างใกล้ชิด เป็นระบบการคัดกรอง ลำดับของการเจ็บป่วยโดยผ่านมาทางอนามัย ใครเจ็บป่วยน้อยก็ให้โรงพยาบาลตำบลดูแล และมีโครงการประทับใจไร้ความแออัด จึงอยากให้มีการประชาสัมพันธ์ไปอย่างทั่วถึง

คุณเนาวรัตน์กล่าวถึงส่วนของงานด้านสารสนเทศของ โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยาว่ามีศูนย์แพทย์เคลื่อนที่เพื่อให้ประชาชนเข้าถึง การบริการ จะได้ดูแลใกล้ชิดมากขึ้นและคุณเนาวรัตน์ได้เล่าถึงประสบการณ์ส่วนตัวว่าเคย อยากทำโครงการฝึกอบรมเด็กพูดเพื่อให้ประชาสัมพันธ์เสียงตามสายตามหมู่บ้าน เขียนเสนอโครงการไปแต่ว่าไม่ได้รับการสนับสนุนจากอบต. แต่ว่าก็ยังอยากทำโครงการนี้

ทางคุณสันติได้เล่าถึงในงานส่วนของ สกพ. ว่ามีโครงการตำบลสุขภาวะ ขับเคลื่อนงานสุขภาพของตำบลแกนนำ อสม. อบต.(กระจาย 6-7 ตำบล) เป็นการทำงานด้านสุขภาพกระบวนการทำงาน หนุนคนระดับตำบลให้มีการจัดการดูแลกันเอง เกิดการเรียนรู้ กำหนดวิสัยทัศน์ และในส่วนของ สกว. มีโครงการส่งเสริมในชุมชน งานวิจัยชุมชน ซึ่งเริ่มมีประเด็นของ อสม. เข้ามาบ้าง

เมื่อผู้เข้าร่วมประชุมเล่าถึงประสบการณ์การทำงานใน หน่วยงานของตนครบทุกคนแล้วพระมหานัธนิติ เสนอว่า สำหรับคำว่าการสื่อสารโจทย์มันกว้างมากควรจะลดขอบเขตลงมา ว่าควรจะเริ่มจากตรงไหน คุณปาจรีย์บอกว่าจะทำอย่างไรให้หน่วยงานแต่ละหน่วยงานมาทำงานร่วมกันได้ พระมหานัธนิติได้เสนอว่าอาจจะทำตามความถนัดของแต่ละหน่วยงานจะดีกว่าแล้ว ค่อยมาดูว่าจะเอื้อกันในด้านไหนได้บ้าง โดยการสร้างเวปไซต์ของกลุ่มสมาชิกและนำข้อมูลโครงการมาลงไว้เวปไซต์ ทางคุณสันติเสริมว่าดูว่าแต่ละหน่วยงานมีกิจกรรมอะไรที่จะต้องทำ มีทิศทางที่จะต่อเป็นอย่างไร ในระยะต่อไปอาจมีการถอดบทเรียนการทำงานของแต่ละหน่วยงาน ก่อนที่จะปิดการประชุมสมาชิกได้เสนอว่าควรจะตั้งชื่อกลุ่ม โดยให้แต่ละคนเสนอชื่อกลุ่มมาซึ่งที่ได้ในตอนนี้มีทั้งหมด 3 ชื่อ คือ

กลุ่มสื่อสารสุขภาพดีศรีอยุธยา

กลุ่มสุขภาพดี ศรีอยุธยา

กลุ่มคนแข็งแรงแห่งอยุธยา

ได้ตกลงกันว่าให้สมาชิกลงคะแนนโหวตผ่านเวปไชต์ http//oath001.co.cc/health ในการประชุมครั้งต่อไปจะประกาศชื่อกลุ่ม จากนั้นก็ได้นัดหมายการประชุมในครั้งต่อไป วันที่ 23 มิถุนายน 52 เวลา 10.00 น.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น