บันทึกการประชุมเครือข่ายสื่อสารสุขภาพจังหวัดพระนครศรีอยุธยาครั้งที่ 1/2553
วันที่ 14 มกราคม 53 เวลา 13.00 – 16.00 น.
ณ.ห้องประชุมอาคารสำนักงานจัดการผลประโยชน์วัดใหญ่ชัยมงคล จ.พระนครศรีอยุธยา
ผู้เข้าร่วมการประชุม
พระมหานัธนิติ สุมโน วัดใหญ่ชัยมงคล
นางอินทิรา ฉวีวรรณ งานประชาสัมพันธ์ สาธารณสุขจังหวัดนครศรีอยุธยา
น.ส.ณัฐพร สุขพอดี นวช.สาธารณสุขฝ่ายสาธารณสุข กองส่งเสริมคุณภาพชีวิต
น.ส.รัติกร จันทร์แก้ว ปลัด อบต.วังแดง
นางวัลลณา วรนุช เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชนองค์การบริหารส่วนตำบลวังแดง
นางสัมฤทธิ์ ต่อสติ พยาบาลวิชาชีพ 7 เทศบาลพระนครศรีอยุธยา
อาจารย์ดวงใจ สุภาพึ่ง วิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยา
น.ส.ชุลีพร ฟักฟูม กองประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ (ศูนย์หันตรา)
น.ส.ปาจรีย์ ธนะสมบูรณ์กิจ ผู้จัดการแผนงานวิจัย รสส.
น.ส.วัฒนา สาระขวัญ กลุ่มงานสุขศึกษา โรงพยาบาลประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
นางเนาวรัตน์ จันทร์รุ่งเรือง พยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา
น.ส.ชลดา บุญเกษม ผู้ประสานงานศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน
นายสันติ จียะพันธ์ ผู้ประสานงานศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น จ.อยุธยา
น.ส.วนิดา ด่านชัยสิทธ์ ผู้ช่วยผู้ประสานงานศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น จ.อยุธยา
น.ส.อรนุช กรพาโชค ผู้ช่วยผู้ประสานงานศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น จ.อยุธยา
วาระการประชุม
วาระที่ 1 ทบทวนการจัดกิจกรรมเปิดตัวสื่อสารสุขภาพจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
วาระที่ 2 การกำหนดทิศทางการทำงานสื่อสารสุขภาพในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
การประชุมเริ่มจากการทบทวนการทดลองจัดกิจกรรม ” การเปิดตัวกลุ่มสื่อสารสุขภาพจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ”วันที่ 5 ธันวาคม 52 ณ สนามกีฬากลาง (เป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อมอบใบประกาศเกียรติคุณให้กับพ่อดีเด่น)
รูปแบบกิจกรรมที่จัด
-เป็นการแจกแผ่นพับให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพและโรคต่าง ๆ มีการจัดเป็นนิทรรศการที่ให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ
-นักเรียนจากวิทยาลัยเทคนิคฯนำเสนอผลงานวิดีโอเรื่องสั้นที่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาเด็กเยาวชนที่ติดเกม
-แจกถุงยางอนามัย(ใช้วิธีการเดินแจกถุงยางอนามัย และแผ่นพับ )
ผลที่เกิดขึ้นจากการจัดกิจกรรม
-ทางผู้เข้าร่วมงานบางคนรู้ว่าเป็นกลุ่มนักสื่อสารสุขภาพแต่ว่าไม่ทราบว่าทางเรามีบทบาทหน้าที่อย่างไร ทำอะไรบ้าง เดินมาอ่านป้ายให้ความรู้ รับของแจกแล้วก็ไป
-ไม่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานเท่าที่ควรเพราะคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของเต้นลงทะเบียน และเป็นช่วงเวลาที่ต้องเข้าหอประชุม
- ต้องเดินแจกเอกสาร และถุงยางอนามัย เพราะว่าบางคนไม่กล้าที่จะเดินมารับ
ปัญหาและอุปสรรค(สะท้อนจากคนที่เข้าร่วมกิจกรรม)
-เต้นตั้งอยู่ใกล้จุดที่ลงทะเบียน มีเสียงดังรบกวน คนที่เข้ามาร่วมงานเป็นผู้สูงอายุและลูกหลานที่มาแสดงความยินดี จึงไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร
-การฉายวิดีโอ แสงจ้าเกินไปคนผ่านไปผ่านมามองไม่เห็น
-ระยะเวลาในการเตรียมงานน้อยเกินไป เตรียมความพร้อมไม่ทัน และยังไม่ได้รู้จักประสานงานหน่วยงานเท่าไหร่
-ผู้จัดกิจกรรมบางคนไม่ถนัดในการสื่อสารเรื่องสุขภาพ เลยไม่มั่นใจที่จะถ่ายทอด บางคนที่ถนัดก็จะทำได้ดีเพราะว่าเป็นอาชีพที่ทำอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว
ข้อเสนอแนะในการจัดกิจกรรมครั้งต่อไป
-ควรมีการวางแผนเตรียมงานระยะยาว ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
-ควรจะมีเต้นที่แยกออกเป็นสัดส่วน ไม่ปนกับหน่วยงานอื่น ทางกลุ่มควรมีเอกลักษณ์ที่เป็นของเราเอง เช่น มาสคอร์ส แผ่นพับแนะนำการทำงานของกลุ่ม ป้ายแนะนำ
-ต้องทำความเข้าใจในธรรมชาติของงานที่เราจะไปร่วมจัด และวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายที่มา
การจัดกิจกรรมเปิดตัวสื่อสารสุขภาพ วันเด็กแห่งชาติ 9 มกราคม 53
รูปแบบกิจกรรมที่จัด
-เล่นเกมตอบคำถาม แจกของเล่น
-มีป้ายให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ(เลือกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเด็กและครอบครัวมานำเสนอ)
ผลที่เกิดขึ้นจากการจัดกิจกรรม
-เด็กและผู้ปกครองเข้ามามุงที่เต้นพร้อมกันจำนวนมากเพื่อรอรับของเล่น ทำให้ไม่สามารถจัดการได้ จึงต้องแจกของเล่นและทำให้ของหมดอย่างรวดเร็ว ยังไม่ได้ทำกิจกรรมที่หลากหลาย
ปัญหาอุปสรรค
-ไม่ได้เตรียมงานล่วงหน้า ไม่มีความพร้อม คนที่จัดงานน้อย
- คนที่มาร่วมงานเป็นเด็กหลายช่วงอายุและผู้ปกครอง ซึ่งต้องการแค่ของแจกฟรีไม่ได้มาหาความรู้
-ภายในงานมีเต้นจากหลายหน่วยงานและมีเสียงดังมาก(เครื่องเสียงจากหลาย ๆ เต้น)
-ขาดสื่อในการประชาสัมพันธ์ มีแต่ของเล่นมาแจก
ข้อเสนอแนะในการจัดกิจกรรมในครั้งต่อไป
-ควรจะกำหนดConcept ของงานเนื่องจากงานวันเด็ก วัตถุประสงค์ของเด็กไม่ได้มาหาความรู้ มาเอาของเล่นฟรี กิจกรรมควรต้องเน้นการมีส่วนร่วมของผู้เข้าร่วมงาน เช่นเล่นเกม ตอบคำถามชิงรางวัล
จากนั้นผู้เข้าร่วมประชุมได้แลกเปลี่ยนถึงกิจกรรมวันเด็กที่แต่ละคนได้ไปจัดและเข้าร่วมมา จากนั้นจึงร่วมกันสรุปว่าจากการทดลองจัดกิจกรรมที่ผ่านมาทำให้เห็นข้อดี ข้อด้อยหลายอย่าง ซึ่งจะได้นำไปปรับปรุงในการจัดกิจกรรมในครั้งต่อไป
หลังจากการทบทวนการจัดกิจกรรมเปิดตัวนักสื่อสารสุขภาพจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแล้วจึงได้เข้าวาระการประชุมที่ 2 คือ การกำหนดทิศทางการทำงานสื่อสารสุขภาพในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยทางคุณปาจรีย์ได้แนะนำว่าควรมองศักยภาพของเราว่าเป็นอย่างไร ข้อดี ข้อด้อย สิ่งที่ขาด จะต้องร่วมกันตัดสินใจ เพราะงานสื่อสารสุขภาพเป็นการทำงานร่วมกันของหลาย ๆ ฝ่าย อาจจะต้องมีการพัฒนาศักยภาพร่วมกัน แต่ละฝ่ายจะมีหน้าที่อะไร มันเสริมงานที่เราทำอยู่อย่างไร และได้ยกตัวอย่างที่จังหวัดปัตตานี ว่าพอทำไปแล้วเป็นกลุ่มใครกลุ่มมัน เข้าชุมชนไม่ได้ จากนั้นก็เป็นโรงพยาบาลมายอที่เข้ามาทำ เพราะว่ามีปัญหาในการสื่อสารกับชุมชน ถ้าเป็นสถานการณ์สุขภาพของอยุธยาจะทำงานร่วมกันควรจะมีทิศทางการทำงานร่วมกันอย่างไร เริ่มจากการทบทวนเป้าหมายในการทำงานของกลุ่มสื่อสารสุขภาพคือ
-เป็นตัวกลางในการสื่อสารสุขภาพ
-คนในชุมชนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันเรื่องสุขภาพ
-ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสุขภาพ
จากเป้าหมายของกลุ่ม ปัญหาคือยังไม่รู้ว่าสถานการณ์สุขภาพของอยุธยาเป็นอย่างไร มีใครทำอะไรไปบ้าง ทำอะไรอยู่ ฐานงานเดิมที่ทำอยู่เป็นอย่างไร จะเคลื่อนงานไปอย่างไร บทบาทของเราควรจะเป็นอย่างไร ทางผู้เข้าร่วมประชุมได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นในประเด็นทิศทางการทำงานในระยะต่อไป ซึ่งได้ข้อเสนอแนะจากหลาย ๆ คนว่า
- ในการทำงานที่ผ่านมาเป็นการประชาสัมพันธ์กลุ่ม ต่อไปอาจจะเลือกพื้นที่นำร่อง เสนอเป็นโครงการขึ้นมา ใครจะทำอะไร โครงการอะไร จะทำรูปแบบไหน เรื่องไหน พื้นที่เป้าหมายในอำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอท่าเรือ อาจจะเลือกเป็นพื้นที่ในระดับตำบล(เพราะความร่วมมือจะดีกว่า)
- อาจจะเริ่มจากโรงเรียนก่อน เริ่มจากเด็ก ให้เด็กขยายไปสู่ผู้ใหญ่ เช่นตัวอย่างของโครงการบ้านอยู่สบายของฉัน ที่เริ่มจากชุมชน ขยายเป็นเครือข่ายทั่วประเทศ ทางกลุ่มอาจจะเริ่มจากโรงเรียนก่อน อาจจะเป็นโรงเรียนวัดใหญ่(อนุบาล 1 ถึง ม.3) โรงเรียนรัตนชัย (อนุบาล ถึง ป.6) วิทยาลัยเทคนิค (ปวช.-ปวส.) วัดบึง(อนุบาล ถึง ป.6) เพราะว่าเป็นโรงเรียนที่มีฐานการร่วมกันอยู่บ้าง ไม่ต้องไปเริ่มใหม่
- อาจจะกำหนดประเด็นเป็นครอบครัวสุขภาพ กลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้องเป็น นักเรียน ครู ผู้ปกครอง อปท. อนามัย เจ้าหน้าที่ วัด อาจจะต้องถามความต้องการของโรงเรียนด้วย อาจจะต้องช่วยกันคิดว่าจะต่อยอดอย่างไร จะเขียนแผนงานเพื่อขอการสนับสนุนจากที่อื่น ๆ
- กำหนดโจทย์ให้แคบลงเป็น “ ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข ” ทุกภาคส่วนก็จะมีส่วนร่วม บ้าน วัดโรงเรียน เด็กกลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียน ผู้ปกครอง ครู เจ้าหน้าที่ พระ อนามัย อปท. อาจจะดึงสพฐ. ให้มาร่วมโครงการด้วย กำหนดระยะเวลาในการดำเนินงานประมาณ 1 ปีการศึกษา งบประมาณอาจจะขอการสนับสนุนจาก สสส. ถ้าเป็นของรางวัล( โลห์ ใบประกาศเกียรติ) ขอการสนับสนุนจาก อบจ.
ข้อสรุปในที่ประชุม
-กำหนดเป็นโครงการของกลุ่มสื่อสารสุขภาพร่วมกัน (เขียนแผนการดำเนินงาน) เริ่มจากโครงการ”ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข” กลุ่มเป้าหมายโรงเรียน ในพื้นที่อำเภอพระนครศรีอยุธยา และขอการสนับสนุนจาหน่วยงานต่าง ๆ (อบจ. สสส. สพฐ.)
ในการประชุมครั้งต่อไปจะนำแผนการดำเนินงานมาร่วมพิจารณาร่างโครงการร่วมกัน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น